ซินโครตรอน เผย DSI สนใจใช้แสงซินโครตรอน ตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอัญมณีสังเคราะห์ ชี้วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างได้อย่างแม่นยำ ดร.ณรงค์   จันทร์เล็ก  นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เปิดเผยว่า   ปัจจุบันมีผู้ประดิษฐ์คิดค้นวิธีสังเคราะห์อัญมณีให้เหมือนกับธรรมชาติมากที่สุด

ตั้งแต่ สี ความใส องค์ประกอบทางเคมี และโครงสร้างภายใน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดเพราะอัญมณีที่เป็นแร่จากธรรมชาตินั้น มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว หาได้ยาก อีกทั้งมีราคาแพง ทั้งนี้แสงซินโครตรอน เป็นแสงที่ใช้ในการวิเคราะห์ วิจัยด้านวัสดุ ซึ่งมีความพิเศษต่างจากแสงอื่นๆ คือ มีความสว่างและความเข้มแสงสูงมาก สามารถจะวิเคราะห์ตัวอย่างได้ลึกถึงระดับโมเลกุลหรืออะตอมของวัสดุ    ทำให้สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI   สนใจนำตัวอย่างอัญมณีสังเคราะห์  ที่มีการฟ้องร้องเรื่องของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาให้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ช่วยตรวจสอบความจริง  ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาว่าไปละเมิดอนุสิทธิบัตรของบริษัทผู้ประดิษฐ์คิดค้นวัสดุอัญมณีสังเคราะห์ ที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน

โดยทีมนักวิจัยของสถาบันฯ ได้วิเคราะห์และทดสอบองค์ประกอบทางเคมีของธาตุภายในอัญมณีสังเคราะห์ดังกล่าว ด้วยเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอกซ์ ร่วมถึงเทคนิคแอลเอไอซีพีแมสสเปกโตรมิเตอร์ และเอกซเรย์ฟลูออเรสเซนต์ ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา เพื่อหาลักษณะเฉพาะของอัญมณีสังเคราะห์แต่ละประเภท     

“จากการวิเคราะห์พบว่า อัญมณีสังเคราะห์แต่ละประเภทที่ DSI ได้รับการร้องเรียนนั้นมี องค์ประกอบทางเคมีของธาตุไม่เหมือนกับในอนุสิทธิบัตร ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสืบสวนความจริง และจะช่วยไขคดีที่มีความลึกซึ้งทางวิทยาศาสตร์ คดีนี้ถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการสืบคดีด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่ใช้แสงซินโครตรอนในการวิเคราะห์ตรวจสอบ โดยแสงซินโครตรอนสามารถแยกแยะองค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถวัดสารตัวอย่างแม้จะมีอยู่ในปริมาณน้อยมากๆ ได้ อีกทั้งยังไม่ทำลายสารตัวอย่างอีกด้วย โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนคาดหวังว่าในอนาคตจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการไขความลับในคดีสำคัญๆ ต่อไป”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews